ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

กระดุมทองเลื้อย (เบญจมาศเครือ)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Wedelia trilobata (L.) Hitchc.
ชื่อวงศ์ : Compositae
ชื่อสามัญ : Climbing wedelia, Creeping daisy, Singapore daisy
ชื่อพื้นเมือง : เบญจมาศเครือ

ลักษณะ: ไม้เลื้อยคลุมดิน ลำต้นแตกแขนงทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ปลายกิ่งมักชูตั้งขึ้น ลำต้นสีน้ำตาลแดงเรื่อ มีขนประปราย รากแตกตามช่อ

ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบรูปรีกว้างหรือรูปไข่ กว้าง 2- 5 เซนติเมตร ยาว 5.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจักเล็กน้อย มีจักเป็นรูปสามเหลี่ยมกลางแผ่นใบทั้ง 2 ข้าง ก้านใบสั้นมาก

ดอก : สีเหลือง ออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบที่ปลายกิ่ง มีใบประดับรูปรีเรียงซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นละ4-5 ใบ ที่ขอบใบประดับมีขน ดอกวงนอกเป็นดอกเพศเมียมี 8-10 ดอก โคนกลีบดอกวงนอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายกลีบแยกเป็น 3 แฉก ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศมีขนาดเล็กกว่าและจำนวนมากกว่า โคนกลีบดอกวงในเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายกลีบแยกเป็น 5 แฉก

ผล  : ผลแห้ง รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ปลายยอดผลมีเยื่อสีขาวรูปถ้วย เมล็ดล่อน รูปสามเหลี่ยมปลายแหลม สีดำเป็นมัน

สรรพคุณ :

ส่วนยอดของต้นกระดุมทองเลื้อย นำมารับประทานแกล้มกับลาบ และจากการศึกษาสรรพคุณของกระดุมทองเลื้อย ในด้านนำมาใช้ประโยชน์ด้านพืชสมุนไพรมีการค้นพบสรรพคุณว่าสามารถนำมารับประทานเพื่อลดกรดในกระเพาะอาหาร จากการศึกษาพบว่าระดับค่า pH ของการจำลองสภาพกรดในกระเพาะอาหาร มาตรวจวัดหาค่า pH แล้วนำมาเปรียบเทียบ กับน้ำกระดุมทอง จากผลการทดลองพบว่ากระดุมทองเลื้อยมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับยาลดกรดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งน้ำกระดุมสดมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับยาลดกรดมากกว่าน้ำกระดุมทองแห้ง