ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

จังหวัดนครศรีธรรมราช วางมาตรการเข้มก่อนเข้าศาลากลางจังหวัด

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
        จังหวัดนครศรีธรรมราช วางมาตรการเข้มก่อนเข้าศาลากลางจังหวัดต้องตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

        เพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโควิด -19 ตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้(24 มี.ค.63)นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่ปฏิบัติงานในอาคารศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่เดินทางไปติดต่อราชการ ณ ศาลากลางจังหวัด ต้องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและล้างมือด้วยเจลล้างมือทุกครั้งที่จุดคัดกรองโควิด-19 ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปในอาคารศาลากลางจังหวัด หากบุคคลใดตรวจวัดครั้งที่ 1 อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 37.5 องศาเซียลเซียส เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้นั่งพักประมาณ 5-10 นาที และมีการวัดซ้ำอีกจำนวน 2 ครั้ง ถ้าอุณหภูมิไม่ลดลงเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยยืนผลโดยมีใบรับรองแพทย์จึงจะอนุญาตให้เข้าในอาคารศาลากลางจังหวัดได้ ซึ่งได้มีการจัดเวรให้ข้าราชการทุกหน่วยงานในอาคารศาลากลางจังหวัดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยตั้งจุดคัดกรองโควิด-19 บริเวณประตูทางเข้าหลักของอาคารศาลากลางจังหวัดทั้ง 2 หลัง คืออาคารหลังใหม่ และอาคารหลังเก่า ส่วนประตูด้านข้างของอาคารปิดไม่ให้เข้าออก เช่นเดียวกับส่วนราชการต่าง ๆ ที่อยู่ในอาคารศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีจุดวางเจลล้างมือให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งประชาชนล้างมือก่อนเข้าไปในสำนักงานเป็นด่านที่สองด้วย นอกจากนี้ได้มีการตั้งอ่างล้างมือพร้อมน้ำยาล้างมือบริเวณทางเข้าประตูหลักของอาคารศาลากลางทั้งสองด้านด้วยกรณีที่เจลล้างมือมีไม่เพียงพอ
     สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น 2563 มีผู้ป่วยเพิ่ม 1 ราย เป็นเด็กหญิงอายุ 11 ปี รวมผู้ป่วยสะสม 5 ราย รักษาหายกลับบ้าน 1 ราย ส่งตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 จำนวน 44 ราย และรอผลตรวจ 5 ราย ..////
     ขอขอบคุณภาพ/ข่าว จาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ที่มา: http://www.nakhonsithammarat.go.th/web_52/activity/view.php?No=839